BATTLE OF THE SEXES รายการเทนนิสในอดีตที่เอามืออันดับ 1 ของฝั่งชายและหญิงมาดวลกัน

Home / Uncategorized / BATTLE OF THE SEXES รายการเทนนิสในอดีตที่เอามืออันดับ 1 ของฝั่งชายและหญิงมาดวลกัน

BATTLE OF THE SEXES รายการเทนนิสในอดีตที่เอามืออันดับ 1 ของฝั่งชายและหญิงมาดวลกัน

คุณคิดว่า “ระหว่างเพศหญิงกับเพศชาย เพศไหนที่เหนือกว่ากัน?”

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาโลกแตกไม่แพ้ “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน?” … ในสมัยก่อนเราอาจจะมีคำกล่าวที่ว่า “ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง” แต่ด้วยบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย และเมื่อรวมกับอำนาจที่พวกเธอมีในครัวเรือนแล้ว ทำให้เราได้ยินคำกล่าวเดิมแต่เปลี่ยนในรายละเอียดสู่ “ผู้หญิงเป็นควาญช้าง” เฉกเช่นที่ผ่านหูอยู่บ่อยครั้งในปัจจุบัน

แน่นอน เรื่องราวในวงการกีฬาก็เช่นกัน มีคำถามผุดขึ้นมาอยู่เสมอว่า “เพศชายหรือเพศหญิงที่เหนือกว่า?” ซึ่งกีฬาเทนนิสเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งที่สุดแล้ว ก็มีคนหัวใสจับยอดฝีมือของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมาเจอกันในที่สุดกับรายการที่มีชื่อว่า “Battle of the Sexes”

ประวัติศาสตร์กว่าศตววรษ

อันที่จริง ศึกระหว่างเพศชายกับเพศหญิงในกีฬาเทนนิสนั้นสามารถสืบสาวได้เป็นเวลากว่า 100 ปี โดยการแข่งระหว่างสองเพศครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อปี 1888 เมื่อ เออร์เนสต์ เรนชอว์ แชมป์วิมเบิลดันประเภทชายเดี่ยว ดวลกับ ลอตตี้ ด็อด แชมป์รายการเดียวกันในประเภทหญิง โดยที่ด็อดได้แต้มต่อด้วยแต้มนำ 30-0 ในทุกเกม แต่สุดท้ายก็เป็นเรนชอว์ที่ชนะไป 2-1 เซตLottie_dod_and_ernest_renshaw

นับจากนั้นมา ก็เกิดศึกที่นำผู้ชายมาดวลกับผู้หญิงบนคอร์ทเทนนิสอยู่เป็นระยะ หลายครั้งเป็นการแข่งแบบกระชับมิตรที่ไม่ได้จริงจังอะไรมาก แต่ก็มีเช่นกันที่เกิดขึ้นด้วยคำท้าทาย อย่างเช่นการแข่งขันในปี 1998 ที่ วีนัส และ เซรีน่า วิลเลี่ยมส์ สองศรีพี่น้องสุดโหดแห่งวงการหวดลูกสักหลาดหญิง ซึ่งกล่าวด้วยความมั่นสุดขีดในขณะที่ยังเป็นวัยรุ่นว่า “ถ้าเป็นนักหวดชายที่อันดับโลกมากกว่า 200 พวกฉันเอาชนะได้ทุกคน”

พอได้ยินแบบนี้ คาร์สเท่น บราชส์ นักหวดชายอันดับ 203 ของโลกจึงรับคำท้าทันที ก่อนจะสอนมวยแบบยับเยินด้วยการชนะเซรีน่าในเซตแรกต่อด้วยวีนัสในเซตสอง ทำเอาพี่น้องวิลเลี่ยมส์ต้องแก้เขินด้วยการปรับอันดับนักเทนนิสชายที่พวกเธอสามารถเอาชนะได้มาเป็นมากกว่า 350 ส่วนฝ่ายชายก็ได้ทีท้าทายด้วยว่า เอาคนไหนใน 500 อันดับแรกมาก็ได้ เขาชนะได้หมด

เหตุเกิดจากความปากดี?

แม้จะมีเกมเทนนิสที่ผู้ชายกับผู้หญิงต้องมาสู้กันบนคอร์ทนับสิบแมตช์ แต่แมตช์ที่ถูกขนานนามให้เป็น “Battle of the Sexes” อย่างแท้จริงนั้นมีอยู่ 3 แมตช์ ssss

หนึ่งในนั้นคือการเจอกันระหว่าง “คุณป้ามหาภัย” มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า กับ จิมมี่ คอนเนอร์ส เมื่อวันที่ 25 กันยายน 1992 ซึ่งแม้ในเกมดังกล่าว คอนเนอร์สจะเสิร์ฟได้เพียงลูกเดียว ไม่มีโอกาสแก้ตัวครั้งที่สอง รวมถึงนาฟราติโลว่ายังสามารถใช้พื้นที่การเล่นได้มากกว่า แต่ฝ่ายชายก็ยังสามารถเอาชนะไปได้ 2 เซตรวด ในเกมที่คุณป้ามหาภัยฟอร์มหลุดมโหฬาร เสิร์ฟดับเบิลฟอลท์ (เสีย 2 ลูกติด) 8 ครั้ง และตีเสียเอง 36 ครั้ง แถมคอนเนอร์สยังเปิดเผยในภายหลังว่า เขาลงเดิมพันมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ว่าจะเสียเกมให้อีกฝ่ายไม่เกิน 8 เกม แถมยังชนะเดิมพันเสียด้วย เพราะจากสกอร์ 7-5, 6-2 เท่ากับว่าคอนเนอร์สเสียเพียง 7 เกมเท่านั้น

แต่กับอีก 2 ครั้งนั้น หากพูดแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อมก็คือ เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะความปากดีของชายวัยใกล้เกษียณเพียงคนเดียว …

ทว่าชายผู้เป็นชนวนศึกระหว่างเพศในวงการเทนนิสนั้นก็ไม่ได้เป็นตาสีตาสาที่ไหน เพราะเขาคือ บ็อบบี้ ริกส์ นักเทนนิสชาวอเมริกันที่ได้รับการยกให้เป็นยอดฝีมือแห่งยุค 1940s เพราะนอกจากจะเคยเป็นมือ 1 ของโลกในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ยังคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ถึง 3 รายการอีกด้วย

หลังจากที่ประกาศแขวนแร็คเกตไปตั้งแต่ปี 1959 ความนิยมในกีฬาเทนนิสที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในทั่วโลกทำให้ริกส์เห็นโอกาสทองที่จะสร้างชื่อเสียงและเงินทองอีกครั้ง เจ้าตัวจึงตัดสินใจที่จะกลับมาลงแข่งอีกครั้งในปี 1973 แต่ไม่ใช่เพื่อล่าแชมป์ในรายการต่างๆ เพราะสิ่งที่เขาทำคือการท้านักเทนนิสหญิงระดับแนวหน้าของโลกให้มาสู้กัน แถมยังปากกล้ากล่าวด้วยว่า เทนนิสของผู้หญิงนั้นก็ไม่เท่าไหร่ และไม่มีนักเทนนิสระดับท็อปคนไหนของโลกที่จะสู้เขาได้ แม้ตอนนั้นเขาจะมีอายุถึง 55 ปีแล้วก็เถอะBobby-Riggs

แต่ถึงจะกล่าวว่าริกส์ท้านักเทนนิสหญิงระดับแนวหน้าของโลกคนไหนก็ได้ก็จริง แต่เขาเองก็มีเป้าหมายหนึ่งในใจอยู่แล้ว นั่นคือ บิลลี่ จีน คิง นักเทนนิสหญิงชาวอเมริกัน เจ้าของมือ 1 ของโลกในเวลานั้น และสิ่งที่เขาพูดนั้นก็สะท้อนถึงความทะนงตนและปากดีอย่างแท้จริง

“บิลลี่ จีน คิง คือหนึ่งในยอดนักเทนนิสตลอดกาล เธอคือหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ เธอพร้อมเจอใครหน้าไหนก็ได้ แต่ถ้ามาเจอผมน่ะเหรอ? ไม่มีทางซะล่ะที่จะชนะ เทนนิสของผู้หญิงน่ะตามหลังผู้ชายอยู่หลายปีแสง และนั่นแหละที่ทำให้การเจอกับชายอายุ 55 ปีจะเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

จากเกมสังหารโหดสู่การล้างแค้น

แม้จะท้ากันแบบโต้งๆ ก็ตาม ทว่า บิลลี่ จีน คิง ในวัย 29 ปี ณ เวลานั้นกลับไม่ใส่ใจที่จะรับคำท้าเพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ทว่าที่สุดก็มีคนที่พร้อมสู้กับ บ็อบบี้ ริกส์ จนได้ นั่นคือ มาร์กาเรต คอร์ท อีกหนึ่งยอดนักเทนนิสหญิงจากออสเตรเลีย ที่เวลานั้นกำลังชิงดีชิงเด่นด้านความสำเร็จกับคิงพอดี และเธอยังมีดีกรีมือ 1 ของโลกกับแชมป์แกรนด์สแลมการันตีฝีมือเช่นเดียวกันCort

แม้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่หวังใจแต่แรก ทว่าการเจอกันระหว่างริกส์กับคอร์ทก็ยังเป็นเกมที่เรียกความสนใจได้ไม่น้อย ทั้งสองลงดวลกันในวันที่ 13 พฤษภาคม 1973 ซึ่งตรงกับวันแม่ในสหรัฐอเมริกาพอดี … แต่ผลที่ออกมากลับกลายเป็นการต่อสู้ที่ขาดลอย เมื่อริกส์ประเคนลูกหยอดและลูกโด่งชุดใหญ่จนทำให้คอร์ทต้องวิ่งพล่านไปทั่วและหมดแรง ฝ่ายชายเอาชนะไปอย่างง่ายดาย 2 เซตรวด 6-2, 6-1 จนสื่อขนานนามเกมในวันนั้นว่า “Mother’s Day Massacre” หรือ “เกมสังหารโหดวันแม่”

ความพ่ายแพ้ของคู่ปรับในสนามทำให้คิงอดรนทนไม่ไหว ตัดสินใจรับคำท้าจนได้หลังได้รับข้อเสนอครั้งใหม่ด้วยจำนวนเงินมหาศาล แต่ผลงานในสนามของเธอหลังรับคำท้าจากนักหวดรุ่นพ่อกลับทำให้อีกฝ่ายต้องวิตก

“ผมเพิ่งไปดูการเล่นของเธอถึงขอบสนามศึกวิมเบิลดันมา จริงๆ ผมไม่เคยกลัวเธอมาก่อนเลยนะ แต่หลังจากได้เห็นเธอเล่นแล้วเนี่ยก็รู้สึกว่า บางทีผมอาจจะมั่นใจเกินไปหน่อย” และเมื่อบวกกับคำให้สัมภาษณ์ของฝ่ายหญิงที่ว่า “ฉันจะจริงจังกับเกมนี้แบบสุดชีวิต เพราะฉันรักที่จะชนะ ความกดดันหรืออะไรหน้าไหนก็เข้ามาเถอะ และบ็อบบี้ คุณเตรียมตัวให้พร้อมไว้จะดีกว่านะ” ดูเหมือนว่าคิงจะไม่มองแมตช์นี้เป็นเกมสนุกๆ เสียแล้วbillie-jean-king

ด้วยเรื่องราวเบื้องหลังกว่าที่จะมาเป็นแมตช์นี้ สื่อสหรัฐฯ จึงให้คำจำกัดความการเจอกันของ บ็อบบี้ ริกส์ และ บิลลี่ จีน คิง ให้เป็น “Battle of the Sexes” หรือ “ศึกสองเพศ” อย่างไม่ลังเล … การแข่งขันมีขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 1973 หรือ 4 เดือนถัดจากครั้งที่ริกส์เจอกับคอร์ท และจากสิ่งที่เกิดขึ้นในแมตช์ดังกล่าว ทำให้คิงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนสไตล์การเล่น จากเดิมที่เธอเป็นนักหวดสายบุก ก็กลับมาเล่นเกมเหนียว เน้นเกมที่เบสไลน์หรือเส้นหลังด้วยการหวดไปฝั่งซ้ายทีขวาที ทำให้ริกส์ต้องวิ่งไปรับลูก รวมถึงจำต้องทิ้งสไตล์การเล่นเกมรับที่ตัวเองถนัดและใช้ได้ผลในการเจอกับคอร์ทโดยปริยาย

และนั่นทำให้คิงสามารถเอาชนะริกส์ได้แบบขาดลอย 3 เซตรวด 6-4, 6-3, 6-3

สิ่งที่มากกว่าชัยชนะ

ชัยชนะดังกล่าว ทำให้ บิลลี่ จีน คิง คว้าเงินเดิมพันจากฝ่ายจัดการแข่งขัน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสาเหตุที่เธอต้องทุ่มสุดตัวในศึกนี้มันมีมากยิ่งกว่าเงินรางวัลเสียอีกd5a1dacd38508a6bd71929a446bb0ff2

“ฉันคิดว่าถ้าฉันไม่ชนะแมตช์นี้ วงการเทนนิสหญิงจะถอยหลังไปจากเดิมซักราว 50 ปีเลย ไม่เพียงเท่านั้น ศักดิ์ศรีของผู้หญิงเองก็จะแหลกสลายไปพร้อมกับความพ่ายแพ้นี้ด้วย”

Battle of the Sexes ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกอย่างล้นหลาม มีผู้ชมเข้าไปดูในสนาม แอสโทรโดม เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส มากกว่า 30,000 คน และมีผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกมากกว่า 89 ล้านคน … ไม่เพียงเท่านั้น ชัยชนะของ บิลลี่ จีน คิง ในแมตช์นี้ ช่างประจวบเหมาะพอดีกับพระราชบัญญัติการศึกษา ค.ศ. 1972  (Education Amendments of 1972) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Title IX ซึ่งยืนยันถึงสิทธิของผู้หญิงในการศึกษา และทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับผู้ชาย 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้วงการกีฬาของผู้หญิงได้รับความสนใจมากขึ้น รวมถึงวงการเทนนิส ซึ่ง สมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง หรือ WTA (Women’s Tennis Association) ที่คิงมีส่วนร่วมในการก่อตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 1973 กลายเป็นที่สนใจของแฟนกีฬาทั่วโลกขึ้นมาทันทีmaxresdefault

แม้จะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ริกส์จงใจล้มเกมนี้เพื่อหาเงินไปใช้หนี้พนัน แต่เจ้าตัวก็ออกมาสยบข่าวด้วยการยอมเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อคลายข้อสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่ยังได้กลายเป็นมิตรต่างวัยที่ดีต่อกันกระทั่งวันสุดท้ายในชีวิตของ บ็อบบี้ ริกส์ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1995 จากผลพวงของโรคมะเร็งที่อัณฑะ

สำหรับวงการเทนนิสยุคใหม่ ศึกเทนนิสระหว่างสองเพศอาจเป็นเพียงเกมสร้างสีสัน แต่สำหรับ Battle of the Sexes เมื่อปี 1973 มันไม่ได้เป็นเพียงการเจอกันของนักเทนนิสดีกรีมือ 1 ของโลกทั้งฝ่ายชายและหญิงมาเจอกันเท่านั้น … 

แต่เกมดังกล่าว คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้การแข่งขันกีฬาของเพศหญิงได้รับความสนใจจากแฟนๆ และทำให้นักกีฬาสาวได้รับในสิ่งต่างๆ ทัดเทียมกับผู้ชายมากขึ้นดังเช่นทุกวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *