รถทามิย่า ไอเท็มเติมฝันให้เด็กไทยยุคหนึ่ง อยากเป็นนักซิ่ง

Home / Uncategorized / รถทามิย่า ไอเท็มเติมฝันให้เด็กไทยยุคหนึ่ง อยากเป็นนักซิ่ง

รถทามิย่า ไอเท็มเติมฝันให้เด็กไทยยุคหนึ่ง อยากเป็นนักซิ่ง

“ไปเลยแม็กนั่ม! … ไปเลยโซนิค!”

 

เราเชื่อว่าหลายๆ คน น่าจะเคยได้ยิน หรือถึงขั้นพูดคำนี้เองในอดีตอยู่บ่อยๆ และแน่นอนว่า หลังจากนั้น เสียงมอเตอร์ก็จะดังหึ่งพร้อมกับรถคันเล็กๆ ที่พุ่งทะยานออกไป

เราจะพาทุกท่านไปย้อนความทรงจำของ “รถทามิย่า” ไอเทมแห่งความหลังที่สร้างฝันแห่งการเป็นนักซิ่งให้กับเด็กๆ ที่ยังคงตรึงอยู่ในความทรงจำกระทั่งทุกวันนี้

จุดเริ่มต้นแห่ง MINI 4WD

เราเชื่อว่า คุณๆ น่าจะคุ้นเคยกับการเรียกผ้าอนามัยในชื่อ “โกเต๊ก” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในชื่อ “มาม่า” หรือจะผงซักฟอกในชื่อ “แฟ้บ” … ซึ่งในกรณีของ “รถทามิย่า” ก็เช่นกัน เพราะอันที่จริง ทามิย่า นั้น คือชื่อของแบรนด์ผู้ผลิตนั่นเอง

ทามิย่า คือบริษัทที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1946 ที่เมืองโอชิกะ จังหวัดชิสุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น แรกเริ่มเดิมที่ พวกเขาเป็นเพียงบริษัทค้าไม้ธรรมดาๆ ก่อนที่จุดเปลี่ยนจะมาถึงในปี 1948 หรือ 2 ปีหลังการก่อตั้ง เมื่อพวกเขาเปิดแผนกโมเดลไม้เป็นครั้งแรก … กิจการประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นำมาซึ่งการเดินหน้าผลิตโมเดลอย่างเดียวในปี 1953 และนำพลาสติกมาใช้ในการผลิตตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมาtamiya-mini-4wd-300x184

กระทั่งในปี 1982 อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของทามิย่าก็มาถึง เมื่อพวกเขาตัดสินใจผลิตรถ Mini 4WD ขึ้นมาเพื่อเสริมทัพโมเดลรถต่างๆ ที่ผลิตอยู่ก่อนหน้า

ในช่วงแรกๆ รถ Mini 4WD ของทามิย่า มีลักษณะเหมือนรถจริงๆ ขนาดย่อส่วน เช่นเดียวกับโมเดลรถ สินค้าขึ้นชื่อที่ผลิตมาก่อนหน้า ซึ่งทางทามิย่าผลิตเลียนแบบ Stompers รถย่อส่วนติดมอเตอร์, เฟือง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาด AA จากบริษัท Schaper Toys ที่ถือกำเนิดในปี 1980

เลียนแบบ, ปรับปรุง, พลิกแพลง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นของตัวเอง คือนโยบายของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สร้างตัวจากเถ้าถ่านสู่การเป็นมหาอำนาจของโลก … และทามิย่าเองก็เช่นกัน เมื่อในปี 1986 พวกเขาได้สร้าง Mini 4WD Racer รถย่อส่วน ที่มีทรวดทรงแบนราบยิ่งขึ้น คล้ายกับรถแข่งบักกี้หรือรถ Formula 1s-l640

ไม่เพียงเท่านั้น ทามิย่ายังรู้ดีว่า จิตวิญญาณแห่งการโมดิฟายนั้นอยู่ในสายเลือดของคนรักของเล่นทุกคน ก็อย่างที่มีคนพูดกันว่า “เด็กๆ ไม่เคยโตขึ้นหรอก เพราะนับวันของเล่นพวกเขาก็ใหญ่และแพงขึ้นเสมอ” (Boys never actually grow up. Their toys just get bigger and more expensive.) Mini 4WD ของทามิย่าจึงสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ ตั้งแต่ไส้ในอย่างมอเตอร์, เฟือง, ล้อ ยันตัวถัง 

ด้วยเหตุนี้ ความนิยมใน Mini 4WD ของทามิย่าจึงเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว แต่ปัจจัยส่งเสริมไม่ได้มีเพียงเท่านั้น …

 

จากอนิเมะสู่ความโด่งดังทั่วโลก

อย่างที่ทราบกันดีว่า วัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นนั้นมีหลายหลาย และหลายครั้ง เราก็ได้เห็นความร่วมมือของต่างวงการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

และนั่นเอง ทำให้เราได้เห็นการ์ตูน ทั้งในรูปแบบมังงะ (ภาพนิ่ง) และอนิเมะ (ภาพเคลื่อนไหว) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับรถ Mini 4WD ซึ่งมีอยู่ 2 เรื่องที่น่าจะเคยผ่านตากันมาบ้าง

เรื่องแรก เกิดขึ้นในยุค 80’s กับ “Dash! Yonkuro” (ダッシュ!四駆郎) หรือ “แดชจิ๋วจอมซิ่ง” (ในมังงะฉบับแปลไทยจะใช้ชื่อ “เจ้าหนูทามิย่า”) ผลงานของ ซอรัส โทคุดะ (ชื่อจริง ฮาจิเมะ โทคุดะ) ว่าด้วยการแข่งขันรถ Mini 4WD บนเส้นทางสุดโหด โดยมี ยงคุโร ฮิโนมารุ หัวหน้าทีม DASH! เป็นตัวเอกในการเดินเรื่อง

ส่วนอีกเรื่อง ที่เราเชื่อว่าน่าจะคุ้นตาและเป็นที่จดจำได้มากกว่าในยุค 90’s นั้น คือเรื่อง “Bakusō Kyōdai Let’s & Go!!” (爆走兄弟レッツ&ゴー!!) หรือ “นักซิ่งสายฟ้า Let’s & Go!!” ผลงานของ เทตสึฮิโระ โคชิตะ เรื่องราวของสองพี่น้องตระกูล เซบะ เร็ตสึ และ โก ในการพิชิตโลกแห่งวงการ Mini 4WD ทั้งในญี่ปุ่นและระดับโลก ซึ่งต้องเจอกับมิตรภาพ และศัตรูในสนามแข่งมากมาย … และประโยค “ไปเลยแม็กนั่ม! … ไปเลยโซนิค!” ที่สองพี่น้องมักจะพูดกับรถคู่ใจ (รถของ เร็ตสึ พี่ชาย ใช้ชื่อ โซนิค ส่วนของ โก น้องชาย ใช้ชื่อ แม็กนั่ม แต่มีการเปลี่ยนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง) เวลาลงสนามแข่งอยู่เสมอนั้น ก็มาจากเรื่องนี้นี่แหละ120001003

ซึ่งหากเราจะพูดว่า ทามิย่า ตั้งใจให้ทั้ง 2 เรื่องนี้ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน สู่การเปิดตลาดความนิยมรถ Mini 4WD ของพวกเขาไปทั่วโลกนั้นก็คงจะไม่ผิดอะไร เนื่องจากทามิย่า อนุญาตให้ โชงะคุคัง สำนักการ์ตูนชื่อดังเดินหน้าสร้างการ์ตูนดังกล่าวด้วยตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้น ทั้ง 2 เรื่องยังเดินหน้าขายของแบบไม่ทับไลน์กันอีกด้วย เนื่องจากรถในเรื่อง แดชจิ๋วจอมซิ่ง จะเป็นรถสไตล์ออฟโรด ส่วน นักซิ่งสายฟ้า Let’s & Go!! เป็นสายซิ่งทางเรียบเต็มรูปแบบ

แม้อันที่จริง จะมีอีกหลายบริษัท ทั้งในญี่ปุ่น, จีน รวมถึงสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตรถ Mini 4WD ออกจำหน่าย แต่ด้วยความเอาจริงเอาจังของทามิย่า จึงทำให้รถ Mini 4WD ถูกเรียกตามแบรนด์ของพวกเขาว่าเป็น “รถทามิย่า” … แต่หลายคนก็เรียกรถในลักษณะนี้ว่า “รถแดช” ซึ่งมีที่มาจากการ์ตูน แดชจิ๋วจอมซิ่ง นั่นเอง 

 

ไอเท็มเติมไฟฝันข้ามกาลเวลา

หากจำกันได้ ในช่วงปลายยุค 90’s ถึงต้นยุค 2000’s นั้น ถือเป็นยุคทองของ Mini 4WD หรือรถทามิย่าเลยทีเดียว เมื่อความโด่งดังของการ์ตูน ทำให้มีรถของเล่นจากในเรื่องออกวางขายมากมาย ไม่ว่าจะของทามิย่าแท้ๆ หรือจากแบรนด์อื่นก็ตาม

และขณะเดียวกัน เนื่องจากในการ์ตูนนั้นมีเรื่องราวของการแข่งขันเป็นอีกเส้นเรื่องสำคัญ งานแข่งขันรายการต่างๆ จึงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ทั้งงานที่จัดโดยทามิย่าเอง หรืองานแข่งที่จัดกันเองซึ่งมีอยู่มากมายtamiya-october-30-2018-002_D3A7C5F9BC324D599A120FE7B6109C2A

แม้กาลเวลาผ่านไป เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เมื่ออุตสาหกรรมเกม ไม่ว่าจะ PlayStation, Xbox หรือ PC ได้เข้ามากุมความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ ทว่ารถทามิย่านั้นไม่ได้สูญหายไปแต่อย่างใด เพราะยังมีคนเล่นอยู่จนถึงทุกวันนี้ แถมกลุ่มผู้เล่นยังมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกด้วย

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ หนึ่งในหัวหมู่ทะลวงความนิยมอย่าง การ์ตูน Dash! Yonkuro ได้มีการรีบูตใหม่ในปี 2015 ในชื่อ “Hyper Dash! Yonkuro” (ハイパーダッシュ!四駆郎) โดยลายเส้นของ ฮิโรยูกิ ทาเคอิ ที่เคยฝากผลงานในเรื่อง “Shaman King” หรือ “ราชันย์แห่งภูต” อันโด่งดังไว้ในอดีต ซึ่งมีการปรับเส้นเรื่องให้เข้ากับยุคสมัยยิ่งขึ้น 

ขณะเดียวกันก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสความโหยหาอดีต ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รถทามิย่ากลับมาเป็นกระแสให้พูดถึงอีกครั้ง เมื่อคนที่เคยเล่นในวัยเด็ก ต่างหวนกลับไปซื้อเพื่อเล่นฟื้นความหลังครั้งยังเยาว์วัย ดังจะเห็นได้จากการที่มีสนามแข่ง มีรายการแข่งขัน รวมถึงการทำสนามแข่งที่ทั้งยาว, ยาก และมีอุปสรรคท้าทายเป็นระยะ

แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ไม่ได้มีแต่คนแก่ย้อนความหลังเท่านั้นที่เล่น Mini 4WD แต่ยังมีเด็กๆ เยาวชน คนรุ่นใหม่อีกไม่น้อยในสนาม สาเหตุก็เพราะ รถทามิย่านี่แหละ คือตัวกลางในการสานสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันในการสร้างรถ รวมถึงเป็นบทเรียนเริ่มต้นในการแต่งรถอีกด้วยtamiya-october-30-2018-004_7F348C5516EE4C1E8B1B24EABEB74C13

“การทำรถ Mini 4WD นั้นต้องใช้ทักษะการตัด, ขัด หรือบางครั้งก็ต้องเจาะ เด็กที่เล่นรถเหล่านี้จะได้ฝึกฝนความเชี่ยวชาญในใช้อุปกรณ์อย่างคัทเตอร์, ไขควง และสว่านโดยอัตโนมัติ และขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในคู่มือ แต่เป็นการพลิกแพลงเอาด้วยตัวเองอย่าง การปรับแต่งตัวถัง หรือเพิ่มความเร็วของรถอีกด้วย” นี่คือคำยืนยันจากปากของ ชุนซากุ ทามิย่า ประธานบริษัท Tamiya คนปัจจุบัน ที่กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เล่นรถ Mini 4WD จะได้รับ

“เด็กๆ ไม่เคยโตขึ้นหรอก เพราะนับวันของเล่นพวกเขาก็ใหญ่และแพงขึ้นเสมอ” ย้อนกลับไปที่คำพูดนี้อีกครั้ง ซึ่งจะว่าไปมันก็คือความจริงเสมอ … เพราะยิ่งเรามีอายุ (และเงิน) มากขึ้น ของเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยานพาหนะ ก็ยิ่งจะมีความใหญ่โต แพงขึ้น และทรงพลังขึ้นเสมอ จากรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ สู่บิ๊กไบค์ จากรถยนต์ธรรมดา สู่รถสปอร์ตหรือแม้แต่ซูเปอร์คาร์

ซึ่งหนึ่งในไอเท็มที่สร้างฝันในการก้าวสู่โลกแห่งความเร็ว รวมถึงการเป็นนักซิ่ง ให้เด็กๆ จากทั่วโลก ก็คือ “รถทามิย่า” รถคันจิ๋ว ที่กระตุ้นให้เราต้องปรับแต่งอย่างสุดฝีมือ เพื่อให้ได้ชัยชนะนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *